เคล็ดลับความสำเร็จ

เพ็ทชิคคลับ สบช่องตลาดสัตว์เลี้ยงบูม ปั๊มยอดขายออนไลน์ พร้อมดันออฟไลน์โตแรง


เพ็ทชิคคลับ สบช่องตลาดสัตว์เลี้ยงบูม ปั๊มยอดขายออนไลน์ พร้อมดันออฟไลน์โตแรง เพ็ทชิคคลับ สบช่องตลาดสัตว์เลี้ยงบูม ปั๊มยอดขายออนไลน์ พร้อมดันออฟไลน์โตแรง
คอลัมน์ "สูตรเด็ด SME โดย บสย." ในเว็บไซต์ MGR Online รู้ลึกแนวคิดการทำธุรกิจ เคล็ดลับความสำเร็จการบริหาร จัดการ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2561

ด้วยความที่รักและเลี้ยงสัตว์กันทั้งบ้าน ทำให้พี่น้อง “สถิตวราทร” มองเห็นโอกาส และเลือกที่จะลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมและสปาสัตว์เลี้ยงด้วยกัน ภายใต้แบรนด์ Kingkong Petshop จากหนึ่งร้านขยายเป็น 5 สาขา และ 1 โรงแรมในปัจจุบัน เบื้องหลังความสำเร็จ ไม่มีสูตรสมการตายตัว แต่เกิดจากการเรียนรู้ที่ ชัยพงษ์ สถิตวราทร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพ็ทชิคคลับ จำกัด ต้องลองผิดลองถูกและเติบโตขึ้นตามวันเวลา

เนื่องจากมีแต่ความตั้งใจ แต่ไม่มีความรู้ในการทำธุรกิจ นั่นเป็นเหตุพี่น้องนักธุรกิจลงทุนซื้อแฟรนไชส์สัตว์เลี้ยงมาบริหารตั้งแต่แรก เพราะมองว่าการที่มีระบบบริหารจัดการมาให้แบบสำเร็จรูป น่าจะง่ายกว่าเริ่มต้นจากศูนย์เอง ทว่าโชคร้ายดันไปเจอแฟรนไชส์ที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ ทำให้พวกเขาตัดใจยกเลิกสัญญา แล้วหันมาเปิดร้านและขยายสาขาด้วยตนเอง  

แม้การอาบน้ำตัดขนกรูมมิ่งหมา-แมว จะเป็นบริการหลักที่สร้างรายได้ให้กับร้าน Kingkong Petshop แต่ชัยพงษ์ก็ไม่หยุดอยู่แค่นี้ เขาเห็นว่าอุปกรณ์ของเล่นของใช้ที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เช่น ปลอกคอ สายจูง เสื้อผ้าหมา-แมว ฯลฯ มียอดขายที่ดี เลยมองหาทางอัพกำไรเพิ่มขึ้น จากซื้อมาขายไปก็หันมารับจ้างผลิต แล้วส่งสินค้าให้กับช่องทางจำหน่ายที่มีศักยภาพอย่าง Tops Supermarket ด้วย  
 
“ตอนช่วงน้ำท่วม ผมมีโอกาสได้ไปเมืองจีน จับพลัดจับผลูไปเดินที่ตลาดสัตว์เลี้ยง เลยซื้อพวกอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงล็อตหนึ่งมาทดลองขายที่เมืองไทย ปรากฏว่าขายหมดเกลี้ยง พอหลังน้ำท่วม ผมจึงยื่นขอสินเชื่อธนาคาร เพื่อนำเข้าสินค้าเหล่านั้นมาจากจีน นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ผมเป็นลูกค้าของ บสย. และเมื่อกิจการขยายตัว บสย. ก็ยังคงช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้เพิ่มรวม 4 สัญญา ทำให้เอสเอ็มอีอย่างเราเติบโตเรื่อยมา”

ตามประสานักธุรกิจรุ่นใหม่ พอมองเห็นโอกาสในตลาดสัตว์เลี้ยงที่บูม ก็ต้องก้าวไปให้สุด เขาตัดสินใจจ้างเซลล์มาวิ่งงานขายโดยเฉพาะ และพร้อมซัพพอร์ตเต็มที่ ทั้งเงินเดือนและยานพาหนะ เพื่อให้ได้ยอดค้าส่งตามเป้า จะได้นำเงินก้อนมาหมุนซื้อสินค้าล็อตใหม่มาขายเพิ่ม ทว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับตรงข้ามกับที่เขาคิด ยิ่งมีเซลล์ เหมือนยิ่งแบกภาระค่าใช้จ่าย ชัยพงษ์ยอมรับว่าเขาบริหารคนไม่เป็น และจ่ายง่ายไป นี่คือบทเรียนที่ได้เรียนรู้ และต้องระวังไม่กลับไปซ้ำรอยเดิม
 
สุดท้ายเขาเลิกจ้างเซลล์ แล้วนำสินค้าที่คงค้างอยู่ทั้งหมด ขึ้นโปรโมตขายผ่านทางเฟสบุ๊ค ยอดขายที่เข้ามาเป็นกอบเป็นกำ เป็นกำลังใจให้เขาหันมาพึ่งพาตนเอง ไม่หวังยืมจมูกคนอื่นหายใจ จากนั้นก็เปลี่ยนโกดังเก็บของที่รามอินทราให้เป็นหน้าร้านขายสินค้า ขณะเดียวกันก็ขยายร้านเพิ่มอีก 3 สาขาคือ พาราไดซ์ พาร์ค พระราม 4 และสำหรับสาขาสุขุมวิท 26 ได้จัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งที่เป็นโรงแรมสัตว์เลี้ยงเพื่อขายสินค้าด้วย รวมทั้งไม่ลืมช่องทางออนไลน์ เอาใจคนรักสัตว์ที่อยู่บนโลกไซเบอร์

“ปัจจุบันผมค้าปลีกเป็นหลัก แม้จะจุกจิกบ้าง แต่อาศัยนำระบบเข้ามาช่วยในเรื่องของการจัดการสต็อก และการขายหน้าร้าน ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อีกอย่างสินค้าที่นำเข้า เราไม่ได้ตั้งราคาเว่อร์ และสินค้าค่อนข้างแปลก มีหลายรายการที่เราเป็นตัวแทนจำหน่ายเพียงเจ้าเดียว แถมหน้าร้านก็มีสินค้าโชว์ครบและหลากหลาย เรามีตัวโชว์ให้เห็น ถ้าลูกค้าพอใจก็หยิบสินค้าตัวใหม่ไปได้เลย

นอกจากนี้ การเปิดขายออนไลน์ก็ช่วยให้สินค้ากระจายเร็วขึ้น และยังเปิดโอกาสให้เราได้ลูกค้าขายส่งรายใหม่เข้ามาด้วย โดยที่ไม่ต้องจ้างเซลล์วิ่ง นอกเหนือจากร้านเพ็ทช็อปที่เป็นลูกค้าขายส่งรายเดิมที่มีอยู่ในมือ แต่ที่ขาดการติดต่อไปก็มาก ปัจจุบันยอดขายส่งยังไม่ถึง 5% ของยอดขายรวม เราพยายามกำหนดนโยบายการขายที่ชัดเจน เพื่อที่จะได้กลับไปรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับลูกค้าดั้งเดิมอีกครั้ง โดยคาดว่ายอดขายผ่านออนไลน์น่าจะโตกว่านี้ โดยตั้งเป้ารายได้เฉลี่ยเดือนละล้านบาท” 
 
ถึงวันนี้ธุรกิจโรงแรมและสปาสัตว์เลี้ยง Kingkong Petshop ยังคงเปิดให้บริการ และมีการปรับปรุงคุณภาพในการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าในแต่ละย่าน อย่างโรงแรมสัตว์เลี้ยงที่สุขุมวิท 26 ก็ตอบโจทย์ความต้องการของคนรักสัตว์ที่มีอำนาจในการจับจ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยงแสนรักอย่างครบวงจร ทั้งฝากเลี้ยง กรูมมิ่ง จำหน่ายของเล่นของใช้แมว-หมา รวมทั้งบริการคาเฟ่คนที่สัตว์เลี้ยงก็เข้ามาร่วมแจมได้ด้วย ส่วน 2 สาขาที่อยุธยา ให้บริการกรูมมิ่งและฝากเลี้ยงชั่วคราว ขณะที่เหลืออีก 3 สาขาในกรุงเทพฯ เน้นจำหน่ายสินค้าทั้งค้าส่งและค้าปลีกเพื่อสัตว์เลี้ยงล้วนๆ โดยเขาพยายามไปเดินงานแฟร์ มองหาสินค้าแปลกๆ ใหม่ๆ ที่เมืองจีน มาเติมอยู่เรื่อย เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ลูกค้า

“ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายจากการทำธุรกิจ สมัยก่อนมองภาพใหญ่แล้ว เราก็อยากให้เป็นอย่างนั้น แต่พอธุรกิจมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด จะรู้สึกไม่กล้าตัดสินใจทำอะไรต่อ แถมปัญหาก็เข้ามามากมาย แต่พอทำไปเรื่อยๆ ทัศนคติเราจะโตขึ้น และเข้าใจได้เองว่าภาพธุรกิจที่เราวางเอาไว้มันก็เหมือนจิ๊กซอว์ ยิ่งภาพใหญ่ จำนวนชิ้นก็ยิ่งเยอะ มันต้องลองผิดลองถูก เราไม่รู้หรอกว่าชิ้นจิ๊กซอว์ที่วางลงไป มันถูกต้องหรือเปล่า แต่ก็ต้องวาง ค่อยๆ ต่อให้มันเกิดเป็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ถ้าต่อผิดหรือเกิดปัญหา ก็ต้องหาความรู้มาแก้ไข เพราะการวิ่งหนีไม่ใช่คำตอบ” 

สำหรับภาพใหญ่ของธุรกิจในปีนี้ ชัยพงษ์ตั้งใจว่าจะบริหารสาขาที่มีอยู่ให้มีกำไรสูงขึ้น หรือแตะจุดสูงสุดเท่าที่จะทำได้ บทเรียนจากการทำธุรกิจ ทำให้เขาหันกลับมาแก้ไขปัญหา ทั้งระบบคน ระบบงาน โครงสร้างองค์กร ให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยใช้เวลาเจาะลึกลงรายละเอียดกับแต่ละสาขา และพยายามใช้ศักยภาพที่สาขามีให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เมื่อปัญหาภายในได้รับการแก้ไข ธุรกิจมีความเป็นระบบ ย่อมพร้อมที่จะขยายได้อย่างมั่นคง ทุกสาขาขับเคลื่อนไปได้โดยไม่ขัดกัน  

“ในเมื่อเราเลือกที่จะต่อภาพนี้แล้ว แม้ระหว่างทางจะมีเหตุผลต่างๆ นานา มาบอกให้เราไม่ต้องไปต่อก็ได้ แต่อย่างน้อยก็ขอทำมันให้สุด และเราต้องทำมันให้ได้ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงสู้ต่อ และไม่ยอมแพ้จนมีวันนี้” ชัยพงษ์กล่าวทิ้งท้าย 
 
ติดต่อ บริษัท เพ็ทชิคคลับ จำกัด โทร. 086-302-5263 เว็บไซต์ https://th-th.facebook.com/KingkongPetshopAY/
https://mgronline.com/smes/detail/9610000052568   
  • บสย. SMEs Club
  • สำหรับธนาคาร
  • สมัครงาน
  • ค้นหาสาขา บสย.
  • จัดซื้อจัดจ้าง บสย.
  • สายด่วน
  • แบบฟอร์มคำขอ
  • แบบฟอร์มติดต่อ บสย.
  • To MD